My pace ‘is’ slow

ปีนี้เป็นปีที่อารมณ์ไม่เสถียรมากเป็นพิเศษตั้งแต่ต้นปี มันมากับความรู้สึกหลายๆ อย่างปะปนกัน มีทั้งความสุขช่วงสั้นเข้ามามากมาย และความล้มเหลวในหลายๆ สิ่งที่คาดหวังต่อตัวเอง

ช่วงนี้มีนัดที่หลากหลายจากคนและกลุ่มคนจำนวนมาก วันนี้เป็นเพียงอีกวันหนึ่ง จุดที่ทำให้ประหลาดใจหลังจากเหนื่อยทั้งวัน คือพ่อกับแม่นั่งดู Youtube คอนเสิร์ต แบบเบิร์ดๆ

Event ที่แต่เดิมเรานั่งดูกันทั้งบ้าน ไม่ต้องสนใจโลกว่าเวลานี้จะเป็นอย่างไร ตอนนี้กลับลืมแม้แต่จะถามถึง แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ร้องขอ ดูบน ipod touch โดยทิ้งเสียงบ่นเล็กๆ ว่าอยากดูจอที่ใหญ่กว่านี้หน่อย (TV ยังไม่เปลี่ยนเป็นดิจิตอล และพ่อก็ยังค้านหัวชนฝาที่จะเปลี่ยน)

ผมกำลังกังวลกับการพัฒนาฝีมืออย่างเชื่องช้า วันไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพียงแต่วันนี้กลับนึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหม่

สมัยที่ยังหัดเขียนโปรแกรม ผมยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่เรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นๆ เรื่องที่บางคนเรียนเทอมเดียวเข้าใจ ผมอาจใช้เวลาอีกเทอมสองเทอมเพื่อเข้าใจเรื่องเดียวกัน ช่วงมหาลัยปีสองนั้นดูเผินๆ เหมือนเข้าใจภาษา C ไวเป็นเพราะว่าเคยพยายามเข้าใจมาก่อนแล้วตั้งแต่ตอน ม.5

อื่นๆ ก็มีเรื่องวิชาฟิสิกส์ที่เข้าใจพื้นฐานเอาตอน ม.6 หัดประกอบคอมใช้เวลา 4 ปี ความเข้าใจในเรื่องอื่นๆ ก็ถือว่าช้ากว่าเพื่อนร่วมรุ่น แต่วันนี้ก็ยังได้ทำงานในทางที่ตัวเองเลือก เพื่อนๆ ยอมรับในฝีมือ และอาจจะเพราะคาดหวังตัวเองไว้น้อย ก็เลยดูเหมือนทำเป้าหมายเก่าๆ ได้หมด

ปรากฏว่าเป็นความโลภส่วนตัวที่อยากเก่ง แต่ก็ไม่เพียรมากพอที่จะอัพเกรดตัวเองขึ้นไป แล้วเลือกให้ตัวเองวนเวียนกับการโทษตัวเองว่าไม่เก่ง แต่เรียนรู้อะไรครึ่งๆ กลางๆ แล้วก็นิ่ง ผมเลือกที่จะท้อโดยลืมไปว่าการเรียนรู้ยังคงต้องใช้เวลา และตัวเองก็เป็นคนที่ใช้เวลาเข้าใจนานกว่าเพื่อน ดังนั้นไปเทียบความเร็วกับคนอื่นอาจจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว

วิถีที่จะเอามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ การโฟกัสอยู่ในจุดหนึ่งนานๆ อาจช่วยแก้อาการท้อได้ แต่ก็ไม่ได้มีกติกาบังคับว่าจะเรียนหลายอย่างพร้อมกันไม่ได้ เพราะตอนเรียนหนังสือแต่เดิมก็มีธรรมชาติอย่างนั้น ฉะนั้นด้วยความโลภอีกนั่นแหละ ก็เลือกจะจับฉ่ายเหมือนเดิมเพราะว่าสนุกในการเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่อาจจะได้ทำ ไม่ได้ทำ มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง อยู่กับครอบครัวบ้าง อยู่กับแฟนบ้าง อย่าให้มันตกเยอะเกินไปก็พอ

เราไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งตามคนอื่นให้ทันวันนี้ เพียงแต่เรายังเดินอยู่ก็พอแล้ว

ป.ล. กำลังพยายามเรียบเรียงสำนวน อ่านไม่เข้าใจก็ขออภัย


So, what do you think ?